Article

Home Article
คืนความเยาว์วัยให้หลังมือ

หลายๆคนคงนึกไม่ถึงว่านอกจากใบหน้าแล้ว หลังมือก็เป็นส่วนสำคัญที่แสดงความเยาว์วัย  โดยปกติบริเวณหลังมือจะไม่มีสิ่งปกปิด จึงเป็นจุดสังเกตุได้ง่าย และคนส่วนมากก็นิยมสังเกตุหลังมือเพื่อดูแหวนเพชรบ้าง นาฬิกาบ้าง ดังนั้นหากหลังมือไม่สวยก็น่าเสียดายที่ได้ใส่เครื่องประดับแพงๆ หรูเหล่านี้  หลังมือยังเป็นตัวบ่งบอกอายุได้เป็นอย่างดี เพราะถ้าเห็นหน้าตึง แต่มือเหี่ยว ก็เดาได้เลยว่าบุคคลนั้นๆอายุน่าจะมากแล้ว 



ลักษณะมือที่ชราภาพและสาเหตุ

 

มือที่มีลักษณะไม่สวยงาม หรือดูแก่นั้นมีลักษณะดังนี้

 

1.  ผิวหนังชั้นบนมีลักษณะเหี่ยวย่น ขาดความยืดหยุ่น อาจมีรอยดำ หรือด่างขาวร่วม ทั้งหมดนี้เกิดจากการเสื่อมสภาพของผิวหนังชั้นบน โดยเฉพาะจากรังสี UV ในแสงแดด เนื่องจากหลังมือเป็นส่วนนอกร่มผ้า จึงถูกรังสี UVตลอดเวลา (Sun Exposed Area) อายุที่มากขึ้นร่วมกับการถูกรังสี UV ทำให้ผิวหนังบางลง สูญเสียคอลลาเจน และความชุ่มชื้น ทำให้เกิดริ้วรอยเหี่ยวย่น และขาดความยืดหยุ่น

 

2.  ลักษณะเหี่ยวแฟบของหลังมือ ร่วมกับการปูดโปนของเส้นเลือด ทำให้เห็นเส้นเลือดเขียวๆใต้ผิว ร่วมกับเส้นเอ็นปูดโปนลักษณะเช่นนี้เกิดจากการการยุบตัวลงของชั้นไขมันใต้ผิว (Volume Loss) เมื่อเวลาอายุมากขึ้น  ซึ่งก็เปรียบเทียบได้กับการยุบตัวบริเวณใต้ตา ร่องแก้ม และขมับนั่นเอง เลยทำให้เห็นเส้นเอ็นปูดโปนขึ้น  สำหรับเส้นเลือดที่ปูดโปนนั้นเกิดจากพยาธิสภาพที่มีการเกาะของแคลเซี่ยม และไขมันที่ผนังด้านในของหลอดเลือด ผลลัพธ์คือทำให้รูของหลอดเลือดตีบลง ทำให้แรงดันในหลอดเลือดสูงขึ้น ดันให้หลอดเลือดพองออก ใหญ่ขึ้น ตามกฏของปาสคาล

 

P= F/A  เมื่อ P คือความดัน, F คือแรงกระทำแนวตั้งฉากต่อผนังหลอดเลือด  และ A คือ พื้นที่หน้าตัดหลอดเลือด

 

ดังนั้นเมื่อรูหลอดเลือดเล็กลง ความดันจะสูงขึ้น จะเกิดแรงกระทำต่อผนังหลอดเลือดให้โป่งออก เพื่อปรับให้ความดันสมดุลย์ แต่หลอดเลือดเหล่านี้จะแข็งและขาดความยืดหยุ่นเพราะมีไขมันกับแคลเซี่ยมไปเกาะ  (พยาธิสภาพนี้เปรียบได้กับการเกิดเส้นเลือดหัวใจ หรือสมองอุดตัน)  ส่วนบริเวณนิ้วมือ เนื้อเยื่อไขมันใต้ผิวก็จะฝ่อลง ทำให้เห็นนิ้วเรียวผอม และข้อต่างๆโปนออกชัดเจนขึ้น 

 

 

แนวทางการแก้ไข

การแก้ไขทำได้โดยการเติมเต็มให้เนื้อเยื่อใต้ผิวเต็มอิ่มขึ้น เพื่อไปกลบเส้นเลือด และเส้นเอ็นที่ปูดโปน สำหรับผิวชั้นบน อาจใช้เทคนิคการเสริมสร้างผิวใหม่ด้วยน้ำเลี้ยงจากเซลต้นกำเนิด เพื่อกระตุ้นให้เซลผิวหนังซ่อมแซม และสร้างผิวใหม่ การใช้เลเซอร์บริเวณหลังมือต้องระมัดระวังอย่างมาก เพราะเนื้อเยื่อหลังมือมีรูขุมขนน้อย ทำให้การซ่อมแซมตัวเองไม่ดี การรักษาผิวบริเวณหลังมือด้วยเลเซอร์ หรือ สารลอกผิว (Chemical Peel) จึงพบผลข้างเคียงสูง เช่นเกิดรอยดำ หรือรอยแผลเป็น และผลการรักษาก็ไม่ดีด้วย

สำหรับการเติมเต็มนั้นมี 2 ทางเลือกหลักคือ การใช้ไขมัน หรือการใช้ฟิลเลอร์ชนิด HA ซึ่งในอดีตนิยมการใช้ไขมันตัวเองในการเติมเต็มบริเวณหลังมือมากกว่า เนื่องจากฟิลเลอร์ชนิด HA ยังมีคุณภาพไม่ดี ทำให้ผลการรักษาอยู่ได้ไม่นาน แต่ปัจจุบันมีฟิลเลอร์ HA แบบใหม่ ๆ ที่ให้คุณสมบัติดีกว่าการฉีดไขมัน คือเนื้อฟิลเลอร์นุ่ม ฉีดได้ง่าย และช่วยเพิ่มปริมาตรได้ดี (Volumizing) นอกจากนี้ยังอยู่ได้นานขึ้น หลังการรักษาไม่บวม ไม่ต้องพักฟื้น ต่างจากการฉีดไขมัน ซึ่งจะเจ็บตัวมากกว่า บวมมากกว่า และอาจเขียวนานกว่า 2 สัปดาห์ และยังไม่สามารถฉีดแต่งในจุดเล็กๆได้ดีเหมือนการใช้ฟิลเลอร์ HA ซึ่งมีข้อเสียประการเดียวคือ การรักษาด้วยฟิลเลอร์ HA จะแพงกว่า เพราะใช้ยาปริมาณมากนั่นเอง



เทคนิคและวิธีการ

  1. ทายาชาทิ้งไว้ 30 นาที และฉีดยาชาซ้ำเพื่อให้ชาเต็มที่
  2. เจาะรูขนาดเล็ก และใช้เข้มปลายทู่ขนาดใหญ่สอดเข้าใต้ผิวหนังบริเวณหลังมือเพื่อฉีดสารฟิลเลอร์ HA ลงไป โดยการวางฟิลเลอร์ HA ลงไปเหนือแนวเส้นเอ็นที่ปูดโปน (เหนือ Extensor Tendon) และเหนือกล้ามเนื้อระหว่างกระดูกมือ (Inter-osseous Muscle) เป็นการเติมปริมาตรให้หลังมือให้เต็มขึ้น 
  3. ฉีดฟิลเลอร์เข้าชั้นไขมันใต้ผิวหนัง (Subcutaneous Fat) รวมถึงช่วงง่ามนิ้ว (Web Spaces) เพื่อแต่งทำให้ผิวหนังเรียบเนียน และช่วยดึงให้ผิวหนังตึง

 

ผลที่ได้รับ

การเติมเต็มหลังมือด้วยฟิลเลอร์ HA มีประโยชน์มากในการแก้ปัญหาหลังมือที่เหี่ยวย่น แก่ชรา หลังการรักษาจะพบว่าหลังมือดูอวบอิ่มขึ้นทันที เส้นเอ็น และเส้นเลือดที่ดูปูดโปนหายไป นอกจากนี้ HA ยังช่วยเพิ่มความชุ่มชื้นให้ผิวบริเวณหลังมือด้วย


 


ข้อควรระวัง

เนื่องจากบริเวณหลังมือมีเส้นเลือด และเส้นประสาทจำนวนมาก จึงไม่ควรใช้เข็มคมฉีด การฉีดด้วยเข็มปลายทู่จึงปลอดภัยกว่า ควรทำการรักษาโดยแพทย์ที่มีประสบการณ์ในการใช้เข็มปลายทู่ระดับ Advance ขึ้นไป และควรใช้เข็มปลายทู่ขนาดใหญ่ 25 G ขึ้นไป ถึงแม้จะใช้เข็มปลายทู่แต่ก็อาจพบการเขียวช้ำได้ใบบางจุด แต่ปกติจะไม่มาก และหายได้เองภายใน 1 สัปดาห์ ที่น่ากลัวคือเรื่องการติดเชื้อ แต่หากกระทำการรักษาในสถานพยาบาลมาตรฐาน ก็ไม่น่าจะมีปัญหาอะไร นอกจากนี้การเลือกใช้ชนิดของ HA Filler ก็มีความสำคัญเช่นกัน ฟิลเลอร์แบบใหม่ เนื้อนิ่มไม่เป็นก้อน เติมเต็มได้ดี (Volumizing) และอยู่ได้นานกว่าด้วย ข้อจำกัดคือราคาที่อาจแพงมาก เพราะอาจต้องใช้ยาประมาณ 2-3 cc. ต่อมือ 1 ข้าง แต่ก็สะดวกเพราะไม่ต้องพักฟื้นเลย และคนไข้ยังสามารถกลับมาฉีดเติมแต่งได้ตามต้องการ จนเต็มเป็นที่พอใจ